การเลี้ยงโคด้วยธัญพืช (Grain Fed) เริ่มเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องมาจากนโยบายการอุดหนุนเงินแก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ส่งผลให้เนื้อวัวส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ เป็นโคที่เลี้ยงด้วยธัญพืช นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่โรงเลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่ (Feedlots) ที่พบเห็นได้ทั่วไปในประเทศอย่างสหรัฐฯ และออสเตรเลีย ทำให้เกษตรกรสามารถขุนและผลิตเนื้อวัวปริมาณมากได้แม้ในพื้นที่แห้งแล้งหรือทะเลทราย โดยข้าวโพดและธัญพืชเหล่านี้จะช่วยเร่งให้เนื้อวัวเกิดไขมันแทรกเป็นลายหินอ่อน (Marbling) ได้ดี มอบรสชาติที่เข้มข้นหอมมันคล้ายเนย อีกทั้งเนื้อประเภทนี้ยังปรุงง่ายและเอื้อต่อเชฟได้ดีกว่า เพราะเนื้อจะยังคงความชุ่มฉ่ำอยู่แม้ว่าจะบังเอิญปรุงสุกเกินไป (Overcooked) ก็ตาม
การเลี้ยงโคด้วยหญ้า (Grass Fed) ถือเป็นทางเลือกที่เป็นไปตามธรรมชาติของสัตว์มากกว่า แต่ระบบนี้จำเป็นต้องใช้พื้นที่ทุ่งหญ้าค่อนข้างกว้างขวาง จึงไม่เป็นที่นิยมสำหรับการผลิตเชิงพาณิชย์ในปริมาณมาก (Mass Production) อย่างไรก็ตาม ฟาร์มปศุสัตว์ที่ได้รับการบริหารจัดการอย่างดีจะช่วยฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ผืนดิน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบเกษตรกรรมหมุนเวียนและยั่งจริง (Regenerative Farming)
ในขณะที่ทุกคนทราบดีว่าโรงเลี้ยงสัตว์ขุนเชิงพาณิชย์ส่งผลเสียต่อโลกเพียงใด แต่หลายคนมักลืมไปว่า วัวที่ถูกเลี้ยงปล่อยในฟาร์มที่มีการจัดการที่ดีนั้น มีประโยชน์ต่อการปรับปรุงคุณภาพดินและสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล เนื้อวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้าจะให้รสสัมผัสและกลิ่นอายของเนื้อที่เข้มข้นชัดเจน (Beefy Flavour) ทั้งยังอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 (Omega-3) และวิตามินอีสูง แม้ว่ารสชาติของเนื้อที่เลี้ยงด้วยธัญพืชจะได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ผู้บริโภคจำนวนมากก็ยังคงโปรดปรานรสชาติเนื้อตามธรรมชาติแท้ ๆ ของเนื้อวัวแบบ Grass Fed
ทว่าในความเป็นจริงแล้ว รูปแบบการเลี้ยงนั้นไม่ได้ถูกแบ่งแยกเป็นขาวหรือดำอย่างชัดเจนขนาดนั้น โคที่ระบุว่าเป็น Grain Fed ส่วนใหญ่ก็มักจะใช้ช่วงชีวิตเกือบทั้งหมดเติบโตอยู่ตามทุ่งหญ้าธรรมชาติ ก่อนจะถูกนำเข้าโรงขุนเพื่ออัดอาหารธัญพืชในปริมาณเข้มข้นในช่วงไม่กี่เดือนสุดท้ายก่อนเข้าสู่กระบวนการถัดไป
ในขณะเดียวกัน โคที่เลี้ยงด้วยหญ้าส่วนใหญ่ก็ยังต้องได้รับอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของธัญพืชด้วยเช่นกัน เนื่องจากประเทศผู้ผลิตเนื้อวัวส่วนใหญ่อยู่ในเขตภูมิอากาศอบอุ่น จึงจำเป็นต้องมีการให้อาหารเสริมเพิ่มเติมในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะตกหนา หรือช่วงฤดูร้อนที่เผชิญแดดจัด ซึ่งทำให้ต้นหญ้าตามธรรมชาติแข็งตัวจนเป็นน้ำแข็งหรือแห้งเหี่ยวเฉาตายจากความร้อน
สำหรับในประเทศไทย แม้ว่าเราจะมีทุ่งหญ้าที่เขียวขจีและอุดมสมบูรณ์ในช่วงระหว่างและหลังฤดูฝน แต่เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูร้อนที่แห้งแล้ง วัวก็จำเป็นต้องได้รับอาหารเสริมเพิ่มเติมเพื่อให้พวกมันมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง ซึ่งเรื่องสุขภาพและสวัสดิภาพของสัตว์ (Animal Welfare) ถือเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งเสมอมา
ดังนั้น แทนที่เราจะจำกัดคำนิยามว่าเป็นเนื้อ Grass Fed หรือ Grain Fed พวกเราที่ Sloane’s จึงมักจะอธิบายและนิยามเนื้อวัวของเราว่าเป็นเนื้อแบบ ‘Pasture Raised’ (โคที่เติบโตและเลี้ยงปล่อยในทุ่งหญ้าธรรมชาติ) แทน
คลิกที่นี่เพื่อดูกลุ่มผลิตภัณฑ์เนื้อวากิวที่เลี้ยงในทุ่งหญ้าของเรา