วิวัฒนาการของอาร์ติซานชีสในประเทศไทย

ในช่วงเริ่มต้นของ Sloane’s ในยุคต้นทศวรรษ 2010 เราในฐานะผู้ประกอบการร้านขายเนื้อได้ตั้งใจสรรหาผลิตภัณฑ์ที่มักจับคู่กันตามธรรมเนียมมาจำหน่าย ในโลกตะวันตก ผลิตภัณฑ์นม โดยเฉพาะชีส มีความเกี่ยวข้องกับร้านขายเนื้อมาอย่างยาวนาน และร้านขายเนื้อหลายแห่งมักมีชีสเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าที่นำเสนอ

แต่เมื่อเราพยายามค้นหาชีสที่ผลิตภายในประเทศไทย กลับพบว่าแทบไม่มีผู้ผลิตชีสอาร์ติซานเลย นี่คือเรื่องราวของอุตสาหกรรมชีสที่เติบโตขึ้นจากฝีมือคนไทย และการพัฒนาของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ จากจุดเริ่มต้นจนค่อย ๆ สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวของตนเองได้ในปัจจุบัน

ด้วยความชื่นชอบในชีสของโจ (Joe) . ทาง Sloane’s จึงได้เสาะหาผู้ผลิตชีสรายย่อยแบบโฮมเมด (หลายราย และช่วยเปิดช่องทางการตลาดรูปแบบใหม่ให้แก่พวกเขา ผู้ผลิตอย่าง Lulu & Daisy ในจังหวัดชลบุรี, Chiang Rai Cheese, Heaven on Cheese จากจังหวัดนครสวรรค์ และต่อมาคือ Heath Farm จากจังหวัดชลบุรี ถือเป็นผู้ผลิตชีสแบบดั้งเดิม (artisan cheese) ที่แท้จริงเพียงไม่กี่รายในประเทศไทยในขณะนั้น เราทุกคนร่วมกันนำผลิตภัณฑ์ของพวกเขามาจำหน่าย เพื่อเสริมสร้างความมุ่งมั่นของเราในการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูงสุดที่ผลิตในประเทศ

ผมสัญญาว่าจะไม่ปล่อยมุกชีส ๆ มากเกินไป…

ยุครุ่งเรืองของชีสไทย : ทศวรรษที่ผ่านมาของประเทศไทย

ในช่วงแรก แรงขับเคลื่อนของการผลิตชีสอาร์ติซาน ภายในประเทศไทยได้รับอิทธิพลหลักจากชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย ซึ่งมองหาชีสที่มีเอกลักษณ์และคุณภาพเหนือกว่าผลิตภัณฑ์ทั่วไป ต่อมา คนไทยจำนวนมากที่กลับมาจากการใช้ชีวิตหรือการเดินทางในต่างประเทศก็เริ่มให้ความสนใจชีสที่ผลิตในประเทศเช่นกัน รวมถึงกลุ่มนักชิมชาวไทย ที่ต้องการลิ้มลองผลิตภัณฑ์ช่างฝีมือที่ได้อ่านหรือได้ยินเกี่ยวกับจากสื่อต่าง ๆ

จากข้อมูลเหล่านี้ ประกอบกับการเติบโตของร้านอาหารอิสระ คาเฟ่ และเครือโรงแรมที่มุ่งเน้นตลาดตะวันตก เป็นปัจจัยสำคัญที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจชีสในไทยเติบโต จากเดิมที่เริ่มต้นด้วยการผลิตชีสแบบดั้งเดิม จนมาถึงปัจจุบันที่ผู้ผลิตชีสไทยสามารถสร้างสรรค์ชีสที่ใช้วัตถุดิบและสะท้อนอิทธิพลของความเป็นไทยเป็นหัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์

ประเภทของชีสที่ผลิตในประเทศไทย

ปัจจุบัน Sloane’s มีชีสที่ผลิตในประเทศไทยให้เลือกหลากหลายประเภทมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ชีสสด ชีสบ่ม ชีสเนื้อนุ่ม ชีสนมแพะ ไปจนถึงบลูชีส เพื่อให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินกับรสชาติที่หลากหลาย โดยชีสทั้งหมดคัดสรรมาจากผู้ผลิตภายในประเทศ

ชีสสด

ชีสเนื้อนุ่ม เช่น บูราตา (Burrata) มอซซาเรลลา (Mozzarella) และทรัฟเฟิลบูราตา (Truffle Burrata) เหมาะสำหรับเมนูที่สามารถดึงจุดเด่นของเนื้อสัมผัสอันนุ่มละมุนและรสชาติที่อ่อนโยนของชีสออกมาได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานคู่กับสลัดสด วางบนขนมปังกรอบ ใส่ในแซนด์วิช หรือใช้เป็นส่วนผสมในเมนูอบอย่างกราแตงและพาสตา ซึ่งเมื่อชีสละลายจะช่วยเพิ่มความเข้มข้นและความกลมกล่อมให้กับอาหาร

ด้วยรสชาติที่ละเอียดอ่อน ชีสเหล่านี้เข้ากันได้อย่างลงตัวกับวัตถุดิบอย่างมะเขือเทศสด ใบโหระพา และน้ำมันมะกอก อีกทั้งยังช่วยสร้างความสมดุลให้กับรสชาติที่เข้มข้นกว่า เช่น น้ำส้มสายชูบัลซามิกและน้ำมันทรัฟเฟิล จึงเป็นวัตถุดิบที่มีความหลากหลายในการใช้งาน และเป็นส่วนสำคัญทั้งในเมนูอาหารประจำวัน

Mille Stelle Burrata

ความอร่อยที่เต็มไปด้วยครีมเนื้อเนียนละเอียด ห่อหุ้มอยู่ภายในเปลือกมอซซาเรลลาที่นุ่มละมุน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเพิ่มความเข้มข้นและความครีมมี่ให้กับเมนูสลัดและพาสตา

Mille Stelle มอสซาเรลลา

ผลิตขึ้นเพื่อคงความสดใหม่และความยืดหยุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเมนูคลาสสิกอย่างสลัดคาปรีเซ (Caprese salad) หรือใช้ละลายเพิ่มความหอมมันให้กับหลากหลายเมนูอาหาร

Mille Stelle Truffle Burrata

ความพิเศษที่ยกระดับจากบูราตาแบบดั้งเดิม ด้วยการผสมผสานความครีมมี่อันเป็นเอกลักษณ์ของบูราตาเข้ากับกลิ่นหอมและรสชาติอันลุ่มลึกของทรัฟเฟิลอย่างประณีต

ชีสบ่ม

ชีสบ่มขึ้นชื่อในเรื่องรสชาติที่ซับซ้อนและเนื้อสัมผัสที่มีมิติ ซึ่งพัฒนาขึ้นผ่านกระบวนการบ่มอย่างพิถีพิถัน ชีสประเภทนี้เป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มความลุ่มลึกและความเข้มข้นให้กับหลากหลายเมนู

ชีสบ่มเหล่านี้ ไม่ว่าจะรับประทานเดี่ยว ๆ หรือใช้เป็นส่วนประกอบในสูตรอาหาร ล้วนเพิ่มเสน่ห์ของทั้งความดั้งเดิมและความสร้างสรรค์ให้กับมื้ออาหาร จนกลายเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับทั้งอาหารในชีวิตประจำวัน

เชียงรายชีส Tomme de Chiang Rai

ชีสชนิดนี้มีรสชาติเข้มข้นโดดเด่นไม่แพ้ชีสบ่มแบบดั้งเดิมจากยุโรป ด้วยเนื้อสัมผัสที่แน่นและกลิ่นรสถั่วอันเป็นเอกลักษณ์ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับขูดโรยบนอาหาร หรือรับประทานเดี่ยว ๆ เพื่อสัมผัสรสชาติของชีสได้อย่างเต็มที่

ทอมม์ชีสรมควันของเชียงรายชีส

ยกระดับชีสทอมม์ (Tomme) แบบคลาสสิกด้วยกลิ่นควันอ่อน ๆ ที่ช่วยเพิ่มมิติและความซับซ้อนให้กับรสชาติอันเข้มข้นที่มีอยู่แล้ว เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับเพิ่มความลุ่มลึกให้กับแซนด์วิชและเบอร์เกอร์ หรือใช้เสริมความโดดเด่นให้กับชุดชีส (cheese platter)

Jartisann Palazzo Di Palma

เป็นการผสมผสานที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยรสชาติที่ชวนให้นึกถึงชีสบ่มจากอิตาลีและสเปน ด้วยรสชาติที่พัฒนาขึ้นจากกระบวนการบ่ม จึงช่วยเพิ่มความเข้มข้นและความลุ่มลึกให้กับทุกเมนูที่นำไปใช้ ตั้งแต่พาสตาไปจนถึงริซอตโต

Jartisann Saltara Machima

ชีสชนิดนี้สะท้อนถึงความประณีตของกระบวนการบ่ม ด้วยเนื้อสัมผัสที่แน่นและมีความกรุบกรอบ พร้อมรสชาติที่เข้มข้นโดดเด่น จึงสามารถรับประทานคู่กับอาหารหลากหลายประเภทได้อย่างลงตัว

ชีสบ่มเนื้อนุ่ม

ชีสเนื้อนุ่มที่ผ่านการบ่ม เป็นที่เลื่องลือในเรื่องของเนื้อในที่เนียนนุ่มเข้มข้น ครีมมี่ รวมถึงเปลือกชีสสีขาวนุ่มฟู ซึ่งจะค่อย ๆ โดยจะพัฒนาให้มีรสชาติที่เข้มข้นและซับซ้อนยิ่งขึ้นเมื่อบ่มจนได้ที่

ชีสประเภทนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับจัดเสิร์ฟบนชุดชีส (Cheese boards)ทานคู่กับผลไม้ หรือใช้เพิ่มความหรูหราให้กับทั้งอาหารปรุงสุกและเมนูสดต่างๆ

ไม่ว่าจะนำมาทานเปล่าๆ หรือจัดเสิร์ฟเป็นส่วนหนึ่งของชุดชีสสุดหรู หรือใช้เป็นส่วนประกอบเพื่อเพิ่มรสชาติให้กับหลากหลายเมนู ชีสเหล่านี้พร้อมจะมอบประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสที่จะช่วยยกระดับอาหารทุกมื้อ ด้วยเนื้อสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์และรสชาติที่ละเอียดอ่อนซับซ้อน

จาร์ติซาน ซ่อนกลิ่น

นี่คือตัวอย่างอันยอดเยี่ยมของศิลปะการทำชีสบ่มเนื้อนุ่ม ซึ่งให้เนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มราวกับเนย พร้อมกลิ่นอายความหอมอบอวลของผืนดินจางๆ ภายใต้เปลือกชีสที่ผ่านการล้าง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับชีสประเภท Munster หรือ Reblochon และด้วยคุณสมบัติที่ละลายได้ง่าย จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับนำไปทาบนขนมปังโฮมเมดสไตล์รุสติก หรือนำไปใส่ในเมนูจานร้อนเพื่อเพิ่มความเยิ้มข้นเข้มข้นในตอนท้าย

จาร์ติซาน สันผักหวานบุรี

ด้วยเปลือกชีสที่ผ่านการบ่มด้วยเชื้อราอย่างละเอียดอ่อน และเนื้อสัมผัสด้านในที่เนียนนุ่มครีมมี่ สันผักหวานบุรี จึงเป็นตัวแทนที่โดดเด่นของชีสบ่มเนื้อนุ่ม ชีสชนิดนี้เข้ากันได้อย่างยอดเยี่ยมกับแยมรสหวานหรือน้ำผึ้ง โดยความหวานจะช่วยตัดกับรสชาติอ่อนละมุนคล้ายเนยของชีสได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับใช้เป็นท็อปปิ้งสุดหรูโรยบนสลัด หรือรับประทานคู่กับผักย่างเพื่อเพิ่มความพิเศษให้กับเมนูอาหาร

บลูชีส

บลูชีส (Blue cheeses) มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยรสชาติที่เข้มข้นและลวดลายหินอ่อนที่สวยงาม ซึ่งเป็นผลมาจากเชื้อราสายพันธุ์เพนิซิเลียม ที่ใส่ลงไปในระหว่างกระบวนการทำชีส ชีสประเภทนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติที่เข้มข้นจัดจ้าน ฉุนเฉพาะตัว สามารถรับประทานได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การจัดเสิร์ฟบนชุดชีส ไปจนถึงการนำไปละลายในอาหารจานร้อนเพื่อเพิ่มมิติและความลุ่มลึกให้กับรสชาติของเมนู

ไม่ว่าจะรับประทานเปล่าๆ จัดเสิร์ฟบนชุดชีสสุดหรู หรือใช้เพื่อเพิ่มรสชาติให้กับเมนูต่างๆ บลูชีส พร้อมมอบประสบการณ์การรับประทานทด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์และเข้มข้น ซึ่งช่วยยกระดับอาหารทุกจานให้มีความพิเศษยิ่งขึ้น

เชียงราย บลู ชีส

เชียงราย บลู ชีส ถือเป็นข้อพิสูจน์อันเด่นชัดถึงมิติความลึกและความซับซ้อนที่บลูชีสสามารถมอบให้ได้ ด้วยลวดลายเส้นใยสีน้ำเงินที่เด่นชัดรวมถึงเนื้อสัมผัสที่มีความครีมมี่ แต่มีความร่วนละเอียด ชีสชนิดนี้จึงให้รสชาติที่เผ็ดร้อนเข้มข้น มีความจัดจ้านแต่ยังคงแฝงไว้ด้วยความสมดุลอย่างลงตัว

ชีสชนิดนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนำไปเพิ่มความเข้มข้นให้กับซอส โรยหน้าบนสลัด หรือเพียงแค่ทานคู่กับไวน์ที่มีบอดี้หนัก ซึ่งพร้อมจะมอบประสบการณ์ความอร่อยระดับกูร์เมต์ที่ยากจะหาใครเทียบ

จาร์ติซาน สยาม อีส บลู

สยาม อีส บลู คือผลงานอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของประเทศไทยที่มอบให้แก่โลกแห่งบลูชีส โดยนำเสนอขอบข่ายรสชาติที่นุ่มนวลละมุนละไมกว่าบลูชีสทั่วไปที่มักจะมีรสจัดจ้าน ชีสประเภทกึ่งแข็ง (Semi-hard cheese) ชนิดนี้ มาพร้อมกับลวดลายหินอ่อนสีน้ำเงินจางๆ และเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม โดยเมื่อบ่มจนได้ที่จะพัฒนาไปสู่มิติของรสชาติที่ผสมผสานกันอย่างซับซ้อนและนุ่มนวล ซึ่งสามารถมัดใจได้ทั้งผู้ที่เพิ่งเริ่มทานบลูชีสและเหล่านักชิมตัวยง

ด้วยรสชาติที่นุ่มนวลละมุนละไมทว่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สยาม อีส บลู จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เพิ่มสัมผัสอันหรูหราให้กับชุดชีส หรือใช้ยกระดับรสชาติอาหารจานต่างๆ ชีสชนิดนี้ถือเป็นชีสที่ใช้งานได้หลากหลาย และเป็นผลงานที่ร่วมเฉลิมฉลองการผสมผสานระหว่างกรรมวิธีดั้งเดิมและนวัตกรรมใหม่แห่งการทำชีสอย่างลงตัว

ชีสนมแพะ

ชีสนมแพะ เป็นที่รู้จักจากรสชาติเปรี้ยวแหลมอันเป็นเอกลักษณ์ และเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย ตั้งแต่นุ่มเนียนและทาได้ง่าย ไปจนถึงเนื้อแน่นและผ่านการบ่มเป็นเวลานาน

ชีสประเภทนี้มีชื่อเสียงในด้านความหลากหลายในการนำไปใช้ประกอบอาหาร และรสชาติที่โดดเด่น เข้มข้น ซึ่งช่วยเพิ่มมิติให้กับทั้งเมนูที่เรียบง่ายหรือเมนูที่มีความพิถีพิถันซับซ้อน

ไม่ว่าจะรับประทานเป็นส่วนประกอบสำคัญของชุดชีสสุดหรู นำไปใช้ในสูตรอาหารเพื่อเพิ่มมิติของรสชาติ หรือรับประทานเปล่าๆ ชีสนมแพะก็สามารถเข้ากันได้อย่างลงตัวและช่วยยกระดับอาหารหลากหลายประเภท ด้วยรสชาติและเนื้อสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

เซ็นท์ เมอร์ เดอเชียงราย

เซ็นท์ เมอร์ เดอเชียงราย เป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมของศิลปะการทำชีสนมแพะ ซึ่งนำขนบธรรมเนียมการผลิตชีสอันเป็นที่ชื่นชอบของฝรั่งเศสมาปรับใช้ในบริบทของประเทศไทย

ชีสทรงกระบอกชนิดนี้เคลือบด้วยชั้นบางๆ ของเถ้าที่สามารถรับประทานได้ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิต Smoked Tomme มีเนื้อสัมผัสที่เนียนครีมและร่วนเล็กน้อย โดยจะยิ่งนุ่มละมุนและมีรสชาติซับซ้อนมากขึ้นเมื่อผ่านการบ่ม รสเปรี้ยวอ่อน ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ ผสานกับกลิ่นอายของความเป็นดินตามธรรมชาติ ทำให้ชีสชนิดนี้โดดเด่นและเป็นส่วนเติมเต็มที่ยอดเยี่ยมสำหรับชุดชีสทุกประเภท

เจาะลึกผู้ผลิตชีสอาร์ติซานในประเทศไทย

แม้ว่าจะมีเพียงชีสจากเชียงรายและ Mille Stelle เท่านั้นที่ยังคงอยู่ตลอดประวัติศาสตร์ของการผลิตชีสไทย แต่ในปัจจุบันก็มีโรงผลิตนมและชีสรายใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมายเพื่อสานต่อเส้นทางนี้ Heaven on Cheese ได้ปิดกิจการลงในปี 2023 เพื่อให้เจ้าของได้ใช้เวลาอย่างเต็มที่ในการพักผ่อนและชื่นชมผลสำเร็จจากความทุ่มเทในการทำงานที่ผ่านมา เรารู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณอย่างยิ่งต่อความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศในการผลิตชีสไทย ซึ่งได้วางรากฐานและเปิดทางให้กับผู้ผลิตรายใหม่ เช่น Raitong และ Jartisann เข้ามาเติมเต็มช่องว่าง พร้อมนำเสนอชีสที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เราสามารถคัดสรรและนำเสนอแก่ลูกค้าของเราได้

อนาคตของการทำชีสในประเทศไทย

อนาคตของการทำชีสในประเทศไทยกำลังมุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้น เนื่องจากมีเหล่านักทำชีสและผู้ผลิตชีสท้องถิ่นเริ่มค้นหาแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์และมรดกทางอาหารของประเทศไทย ด้วยความสนใจในชีสอาร์ติซาน ที่เพิ่มมากขึ้น ผู้ผลิตชีสไทยจึงเริ่มทดลองนำรสชาติแบบดั้งเดิมของไทยมาผสมผสานเข้ากับการสร้างสรรค์ชีสรูปแบบใหม่ๆ มากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การผสมผสานรสชาติอันโดดเด่นที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับทั้งผู้บริโภคชาวไทยและชาวต่างชาติ

ความหลากหลายของชีสที่ผลิตในประเทศไทย ตั้งแต่ ชีสสันผักหวานบุรี (San Paquanburie) ที่มีเนื้อนุ่มและเปลือกชีสสีขาวนุ่มฟู ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นบรีชีส สไตล์ฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม ไปจนถึงซอลทารา เถระ (Saltara Thera) ที่มีเนื้อแข็งและมีสไตล์คล้ายชีสจากแถบภูเขา ล้วนแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญและความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิตชีสไทย การใช้วัตถุดิบและเทคนิคท้องถิ่น เช่น การล้างเปลือกชีสด้วยเหล้าขาว ของชีสซ่อนกลิ่น (Hidden Agenda) ไม่เพียงช่วยเพิ่มรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ให้กับชีสเท่านั้น แต่ยังช่วยเชื่อมโยงวัฒนธรรมไทยให้หลอมรวมเข้ากับศาสตร์และศิลป์แห่งการทำชีสได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นอีกด้วย

ในขณะที่อุตสาหกรรมชีสของประเทศไทยยังคงเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง วงการนี้ก็มีแนวโน้มอันดีที่จะสามารถสร้างสรรค์ชีสที่ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงรสชาติความเป็นไทยเท่านั้น แต่ยังก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับมาตรฐานสากลอีกด้วย การมุ่งเน้นในเรื่องของคุณภาพ นวัตกรรม และการบูรณาการองค์ประกอบทางอาหารของไทยเข้ากับกระบวนการทำชีส กำลังเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยสามารถก้าวขึ้นสู่เวทีระดับนานาชาติได้อย่างมีศักยภาพ ซึ่งการผสมผสานอันน่าตื่นตาตื่นใจระหว่างรสชาติและขนบธรรมเนียมนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยเปิดโลกทัศน์และขยายขอบเขตของการทำชีสในไทยให้กว้างไกลยิ่งขึ้น แต่ยังมอบมิติของรสชาติแปลกใหม่ให้เหล่าคนรักชีสทั่วโลกได้เข้ามาค้นหาและลิ้มลองชิมกันอย่างเพลิดเพลิน

ย้อนรำลึก 20 ปี เส้นทางชีสไทย

อุตสาหกรรมชีสของประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่เต็มไปด้วยพลังและความสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นการเปิดทางสู่อนาคตที่เต็มไปด้วยนวัตกรรม และมีรากฐานที่หยั่งลึกในวัฒนธรรมและรสชาติอันหลากหลายของประเทศไทย เส้นทางการพัฒนาตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2010 เมื่อสโลนส์เริ่มต้นภารกิจในการเชื่อมโยงโลกของผลิตภัณฑ์นมและงานช่างเนื้อสัตว์ ซึ่งแต่เดิมมักถูกมองว่าเป็นศาสตร์ที่แยกจากกัน สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตและวิวัฒนาการของการทำชีสในประเทศไทย

ในช่วงเริ่มต้น วงการชีสไทยยังมีผู้ผลิตอยู่น้อยมาก โดยมีเพียงผู้ผลิตชีสอาร์ติซานจำนวนไม่กี่ราย เช่น Lulu & Daisy ในจังหวัดชลบุรี และ Chiang Rai Cheese ที่เป็นผู้บุกเบิกและวางรากฐานให้กับเส้นทางนี้

อย่างไรก็ตามสโลนส์ รวมถึงร้านเดลี่บางแห่งในกรุงเทพฯ ได้เริ่มเปิดเส้นทางใหม่ให้กับผู้ผลิตกลุ่มบุกเบิกเหล่านี้ ด้วยการช่วยขยายช่องทางการจำหน่ายและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดมากขึ้น

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา การพัฒนาของอุตสาหกรรมชีสอาร์ติซานในประเทศไทยเป็นที่น่าจับตามองอย่างมาก โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ ความต้องการของชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย คนไทยที่เคยอาศัยอยู่ต่างประเทศและกลับมาพร้อมกับความคุ้นเคยและความชื่นชอบชีสที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงความต้องการของร้านอาหารอิสระและคาเฟ่ต่าง ๆ ความสนใจในชีสได้เปลี่ยนแปลงจากเดิมที่มุ่งเน้นเพียงการผลิตชีสในรูปแบบดั้งเดิม ไปสู่การสร้างสรรค์ชีสที่ผสมผสานวัตถุดิบและอิทธิพลจากรสชาติแบบไทยมากขึ้น ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับชีสไทย

ความสัมพันธ์ระหว่างสโลนส์ และโรงผลิตนมเหล่านี้ยังคงเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากการเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นสำหรับการพัฒนาชีสสูตรใหม่ ๆ และการร่วมกันสร้างสรรค์การจับคู่รสชาติที่ลงตัวกับผลิตภัณฑ์ของเราแล้ว ปัจจุบันเรายังผลิตไอศกรีม Sloane’s เพื่อใช้ในร้านอาหารของเราอีกด้วย สิ่งนี้เกิดขึ้นได้จากความเชื่อมั่นในคุณภาพของน้ำนมจากฟาร์มโคนมออร์แกนิกในท้องถิ่นของเรา

ที่ สโลนส์ เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่าอนาคตจะนำพาสิ่งใดมาสู่วงการชีสไทย ทุกครั้งที่โรงผลิตนมนำเสนอชีสชนิดใหม่ เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้มีโอกาสนำเสนอผลิตภัณฑ์เหล่านั้นให้กับกลุ่มลูกค้าประจำของเรา ด้วยแนวคิดใหม่ ๆ และวัฒนธรรมการทำชีสที่กำลังเติบโตในอุตสาหกรรมชีสไทย เรารู้สึกยินดีที่ได้เห็นว่าวงการนี้ไม่ได้มี “เจ้าตลาดรายใหญ่” ที่หมายถึงผู้มีอิทธิพลหรือคนสำคัญ แต่กลับเป็นตลาดที่มีการแข่งขันกันอย่างสร้างสรรค์และเป็นมิตร ซึ่งให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและคุณภาพ มากกว่าการสร้างแบรนด์ขนาดใหญ่หรือการผลิตในรูปแบบโรงงานอุตสาหกรรม

พวกเราอดใจรอให้ถึงปี 2034 ไม่ไหวแล้ว!

Sloane's