รังสรรค์อาหารไทยที่สมบูรณ์แบบไปกับ Sloane’s และ Bo.Lan

ในแวดวงธุรกิจอาหารอันคึกคักในกรุงเทพฯ สองผู้บุกเบิกแห่งวงการอย่าง Sloane’s และ Bo.Lan (โบ.ลาน) ได้จับมือร่วมเป็นพันธมิตรที่เอื้อประโยชน์ต่อกันอย่างแท้จริง ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการผสานความเชี่ยวชาญของ Sloane’s ในด้านการผลิตเนื้อสัตว์แปรรูปสไตล์ช่างฝีมือ (Artisan meats) คุณภาพสูง เข้ากับความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของ Bo.Lan ที่มีต่อความยั่งยืนและการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอาหารไทยดั้งเดิม

การหลอมรวมพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ในโลกอาหารของทั้งสองแบรนด์ ยังคงสร้างแรงขับเคลื่อนและส่งอิทธิพลต่อวัฒนธรรมการกินดื่มในกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง ช่วยยกระดับทั้งในแง่ของตัวผลิตภัณฑ์และมอบประสบการณ์เหนือระดับให้แก่คนในท้องถิ่นรวมถึงเหล่านักชิม (Food enthusiasts) พร้อม ๆ ไปกับการเป็นแรงสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมอาหารไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น

ประวัติโดยย่อของ Sloanes

Sloane’s ก่อตั้งขึ้นโดยมีเป้าหมายหลักคือการส่งต่อเนื้อสัตว์คุณภาพสูงที่รังสรรค์อย่างประณีตให้เป็นที่รู้จักในประเทศไทย ซึ่งวิสัยทัศน์นี้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อ Joe Sloane (โจ สโลน) เดินทางมาถึงประเทศไทยในปี 2008 เขาเริ่มต้นจากการเสาะแสวงหาและจัดหาวัตถุดิบชั้นยอดในท้องถิ่น โดยให้ความสำคัญอย่างที่สุดกับระบบการทำฟาร์มอย่างมีจริยธรรมและคำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์ (Ethical farming practices) เมื่อความต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้น Sloane’s จึงได้ขยายประเภทสินค้าให้ครอบคลุมเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์โฮมเมดสไตล์คราฟต์ที่หลากหลาย จนสามารถครองใจทั้งเชฟผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่รักในการทำอาหารได้อย่างกว้างขวาง

คุณโจ ซึ่งเป็นทั้งเชฟและมาสเตอร์บุตเชอร์ (Butcher) ชาวอังกฤษ ได้นำเอาประสบการณ์การทำงานที่สั่งสมมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปีมารังสรรค์เมนูต่าง ๆ จุดเริ่มต้นการผจญภัยในไทยของเขาเริ่มจากสูตรไส้กรอกโฮมเมดง่าย ๆ ซึ่งกลายมาเป็นสินค้าขายดีและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ในปัจจุบัน คุณโจเป็นผู้นำทีมงานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นในการผลิตสินค้าที่โดดเด่น ร่วมสร้างมาตรฐานใหม่ด้านคุณภาพและนวัตกรรมอาหารในตลาดท้องถิ่น เพื่อยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารทั่วประเทศไทยอย่างไม่หยุดยั้ง

ประวัติโดยย่อของโบ.ลาน

Bo.Lan ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2552 (ค.ศ. 2009) โดย เชฟโบ-ดวงพร ทรงวิศวะ และ เชฟดีแลน โจนส์ (Dylan 'Lan' Jones) เป็นการร่วมทุนสร้างสรรค์ในโลกอาหารที่ถือกำเนิดขึ้นจากความหลงใหลในความยั่งยืน และความปรารถนาที่จะปฏิวัติวงการอาหารไทยโดยเน้นจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ชื่อแบรนด์ "Bo.Lan" เป็นการผสมผสานชื่อของสองผู้ก่อตั้ง และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่มีต่อวิธีการปรุงอาหารตามวิถีแบบดั้งเดิม รวมถึงการเลือกใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น ซึ่งช่วยผลักดันให้แวดวงอาหารไทยก้าวไปสู่ความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เชฟทั้งสองคนต่างเป็นศิษย์เก่าของ Nahm ร้านอาหารไทยชื่อดังระดับตำนานในกรุงลอนดอน จึงได้นำเอาองค์ความรู้และความทุ่มเทอย่างเต็มเปี่ยมมาสู่การทำธุรกิจของตนเอง โดยเชฟโบได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเชฟหญิงชั้นนำของเอเชีย และเป็นผู้สนับสนุนหลักในการเลือกใช้ผลผลิตออร์แกนิกและสูตรอาหารไทยแท้ต้นตำรับ ส่วนเชฟดีแลนซึ่งมีพื้นเพมาจากประเทศออสเตรเลีย ได้เข้ามาเติมเต็มภาพลักษณ์นี้ด้วยประสบการณ์อันกว้างขวางและความหลงใหล จนสามารถขับเคลื่อนให้ Bo.Lan ก้าวขึ้นสู่แถวหน้าในฐานะผู้นำด้านการสร้างสรรค์อาหารไทยร่วมสมัย

นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังได้ขยายอิทธิพลในโลกการทำอาหารผ่านการเปิดร้านอาหารอีกหลายแห่ง ได้แก่:

Bo.Lan (สาขาดั้งเดิมในกรุงเทพฯ)

Err (เออ) (ร้านอาหารไทยในบรรยากาศที่เป็นกันเองและเข้าถึงง่ายขึ้น)

DuangDy (ดวงดี) ในดูไบ

Ayatana (อายตนะ) ในเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น

โดยสถานประกอบการแต่ละแห่งล้วนสะท้อนปรัชญาหลักของพวกเขา และร่วมยกระดับภูมิทัศน์ของอาหารไทยในระดับสากล

ความก้าวหน้าตามธรรมชาติสู่การเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ (Bo.Lan & Sloane’s Aharn Farang)

จุดเริ่มต้นความร่วมมือระหว่าง Bo.Lan และ Sloane’s เติบโตมาจากงาน "Bo.lan Eat Responsible Day" ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญที่เป็นจุดประกายนำไปสู่การร่วมก่อตั้ง Bangkok Farmers Market ในเวลาต่อมา เมื่อชื่อเสียงและอิทธิพลของ Bo.Lan ขยายวงกว้างขึ้น ความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืนนี้ก็ได้แผ่ขยายไปยังโครงการที่ K Village ซึ่งทำให้การเคลื่อนไหวนี้เฟื่องฟูและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ช่วยปรับเปลี่ยนทิศทางของอุตสาหกรรมอาหารท้องถิ่นและชุมชนในเชิงบวก ด้วยการสนับสนุนความเป็นเลิศด้านการทำอาหารควบคู่ไปกับแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน

มิตรภาพทางธุรกิจนี้ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น เมื่อทีม Bo.Lan ได้แนะนำให้คุณโจ (Joe Sloane) ได้รู้จักกับเครือข่ายฟาร์มออร์แกนิกต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ซึ่งช่วยให้ Sloane’s เติบโตและพัฒนาขึ้นมาจากรากฐานของความมุ่งมั่นร่วมกันในเรื่องความยั่งยืน การบรรจบกันของค่านิยมและวิสัยทัศน์ในครั้งนี้ ได้ส่งผลให้เกิดการร่วมทุนและเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจอย่างเป็นทางการในที่สุด ภายใต้บริษัท โบ.ลาน และ สโลน อาหารฝรั่ง จำกัด (Bo.lan and Sloane's Aharn Farang Co., Ltd) โดยพวกเราต่างมีอุดมการณ์หลักร่วมกัน คือการยกระดับวงการอาหารในประเทศไทยด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่มาจากแหล่งวัตถุดิบที่โปร่งใสและมีจริยธรรม

ความร่วมมือในครั้งนี้ได้ช่วยส่งเสริมและยกระดับทั้ง Bo.Lan และ Sloane’s ให้สามารถขยายขอบเขตและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ในสายงานอาหารของตนได้อย่างเต็มที่ โดยที่ยังคงยึดมั่นในคุณค่าหลักของแบรนด์อย่างเหนียวแน่น พัฒนาการเลือกสรรทั้งผลิตภัณฑ์อาหารไทยแท้และสินค้าสไตล์ช่างฝีมือ (Artisan products) เพื่อส่งเสริมความหลากหลายของทั้งอาหารไทยแบบดั้งเดิมและเนื้อสัตว์แปรรูปสไตล์ตะวันตกทั่วประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้นไปพร้อมกัน

วิวัฒนาการของแบรนด์ Bo.Lan สู่กลุ่มสินค้าเครื่องปรุงและของชำระดับพรีเมียม

แบรนด์ Bo.Lan มีการพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม สินค้าเครื่องปรุงและของชำระดับพรีเมียม ซึ่งยังคงมุ่งเน้นการจัดหาวัตถุดิบที่ยั่งยืนและมีจริยธรรมอันสอดคล้องกับปรัชญาการทำอาหารอันเข้มงวดของแบรนด์ การขยายไลน์สินค้าไปสู่ผลิตภัณฑ์ของชำนี้ ถือเป็นส่วนขยายตามธรรมชาติจากความมุ่งมั่นดั้งเดิมของแบรนด์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารให้ก้าวไปสู่เป้าหมาย การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

กลุ่มผลิตภัณฑ์ของชำของ Bo.Lan ประกอบไปด้วย ซอสถั่วเหลืองออร์แกนิก ตลอดจน ผลิตภัณฑ์ของดองและของหมักที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งทุกชิ้นล้วนรังสรรค์ขึ้นด้วยความใส่ใจอย่างพิถีพิถันต่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และมุ่งมั่นสนับสนุนชุมชนเกษตรกรในท้องถิ่น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานการทำงานในระดับเดียวกันกับร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งที่มีชื่อเสียงของ Bo.Lan

แต่ละผลิตภัณฑ์ไม่เพียงแต่มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับการสร้างสรรค์จานอาหารให้อร่อยยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่สนับสนุนและเผยแพร่หลักการด้านความยั่งยืนและการเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ช่วยเสริมสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกและจริยธรรมของ Bo.Lan ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งในภาคอาหารและภาคเกษตรกรรมของประเทศไทย

ผลิตภัณฑ์ของชำของ Bo.Lan ที่ Sloane’s

ด้วยการดำเนินธุรกิจและอุดมการณ์ทางจริยธรรมที่สอดประสานกันมาอย่างยาวนานร่วมทศวรรษ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ของชำและเครื่องปรุงรสของ Bo.Lan เคียงคู่กับสินค้าของ Sloane’s จึงเป็นการจับคู่ที่สมบูรณ์แบบและช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดร่วมกับผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์คุณภาพสูงและมีจริยธรรมที่ผลิตโดย Sloane’s โดยผลิตภัณฑ์ของชำบางส่วนจาก Bo.Lan ที่เรามีให้บริการ ได้แก่:

น้ำตาลมะพร้าว

น้ำตาลมะพร้าว เป็นเครื่องปรุงคู่ครัวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มานานนับพันปี ทั้งในอาหารคาวหวานและใช้เป็นส่วนผสมในตำรับยาแผนโบราณ น้ำตาลประเภทนี้ได้มาจากน้ำหวานของดอกมะพร้าว (ช่อดอก) และขึ้นชื่อเรื่องการเป็นแหล่งความหวานที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ

เกษตรกรจะใช้วิธีปีนขึ้นไปรองน้ำหวานจากดอกมะพร้าว นำมาเคี่ยวด้วยความร้อนเพื่อระเหยน้ำออกจนได้เนื้อน้ำตาลที่เข้มข้น กระบวนการแบบธรรมชาติดั้งเดิมนี้ช่วยรักษาคุณค่าทางสารอาหารและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่มีอยู่ในน้ำหวานดิบไว้อย่างครบถ้วน แตกต่างจากน้ำตาลทรายขาวที่ผ่านการขัดสี

การใช้งานในการทำอาหาร

  • ใช้เป็นสารให้ความหวานทดแทนจากธรรมชาติในเครื่องดื่มร้อนต่าง ๆ
  • เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำเบเกอรี่ เช่น คุกกี้ บราวนี่ และขนมอบที่ไม่ต้องการการขึ้นฟูมากนัก
  • ช่วยชูรสชาติและเพิ่มมิติให้กับซอสและน้ำหมักเนื้อสัตว์ด้วยรสหวานละมุนและกลิ่นหอมคล้ายคาราเมล

ซื้อได้ที่ Sloane’s Online

น้ำปลา

น้ำปลา คือเครื่องปรุงรสโบราณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและใช้กันอย่างแพร่หลายในอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้กระทั่งในยุคโรมันโบราณก็มีเครื่องปรุงรสจากการหมักปลาที่มีลักษณะคล้ายกัน น้ำปลาทำหน้าที่มอบความเค็มและรสอูมามิที่กลมกล่อม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ขาดไม่ได้ในอาหารพื้นบ้านหลาย ๆ เมนู

น้ำปลาแท้ระดับพรีเมียมผลิตจากการหมักปลาไส้ตันร่วมกับเกลือทะเลธรรมชาติในถังหมักขนาดใหญ่เป็นเวลาหลายเดือนไปจนถึงหลายปี กระบวนการหมักตามธรรมชาตินี้จะค่อย ๆ ย่อยสลายเนื้อปลา จนได้ออกมาเป็นน้ำใส ๆ ที่เปี่ยมด้วยรสชาติเข้มข้นหอมอร่อย

การใช้งานในการทำอาหาร

  • หยดเพียงเล็กน้อยเพื่อเพิ่มมิติความกลมกล่อมล้ำลึกให้กับซุปและเมนูต้มตุ๋น
  • ใช้เป็นเครื่องปรุงหลักในการหมักเนื้อสัตว์หรืออาหารทะเล
  • ผสมกับน้ำมะนาวสดและพริกเพื่อรังสรรค์น้ำจิ้มรสแซ่บจัดจ้าน

ซื้อที่ Sloane’s Online

ซอสถั่วเหลือง

ซอสถั่วเหลือง มีต้นกำเนิดในประเทศจีนเมื่อกว่า 2,500 ปีที่แล้ว ก่อนจะแพร่หลายไปทั่วเอเชียในฐานะเครื่องปรุงรสหลักประจำครัว ซีอิ๊วเป็นที่นิยมอย่างมากจากคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยขับเน้นและดึงรสชาติของวัตถุดิบอื่น ๆ ในจานอาหารให้เด่นชัดขึ้น

ซอสถั่วเหลืองผลิตโดยการหมักถั่วเหลืองคุณภาพดีร่วมกับเชื้อราธรรมชาติ (Koji) เกลือ และน้ำ

จากนั้นจะนำไปบ่มต่อเป็นเวลาหลายเดือน จนได้ออกมาเป็นซีอิ๊วเหลวสีเข้มที่หอมละมุนและมีรสชาติเค็มกลมกล่อมลงตัว

การใช้งานในการทำอาหาร

  • สิ่งที่ต้องมีสำหรับเมนูผัดผักหรือผัดเส้นก๋วยเตี๋ยว
  • ใช้เพิ่มรสชาติเค็มที่นุ่มนวลและมีมิติให้กับน้ำสลัดสไตล์เอเชีย
  • เสิร์ฟเป็นน้ำจิ้มเคียงคู่กับซูชิ ซาซิมิ หรือเกี๊ยวต่าง ๆ

ซื้อได้ที่ Sloane’s Online

เต้าเจี้ยว

เต้าเจี้ยว หรือ ถั่วเหลืองดองหมัก เป็นเครื่องปรุงรสแบบดั้งเดิมในเอเชียที่ขึ้นชื่อเรื่องการมอบรสอูมามิที่เข้มข้นจัดจ้านให้กับอาหาร ช่วยยกระดับความหอมอร่อยและเพิ่มบอดี้ให้กับมื้ออาหารได้อย่างดีเยี่ยมโดยไม่กลบรสชาติแท้จริงของวัตถุดิบหลัก

ผลิตภัณฑ์นี้ทำจากการบ่มหมักถั่วเหลืองเม็ดโตกับเกลือ ซึ่งช่วยดึงและควบแน่นรสชาติของถั่วเหลืองให้ออกมาเข้มข้นที่สุด วิธีการนี้นอกจากจะช่วยยืดอายุการเก็บรักษาถั่วเหลืองแล้ว ยังทำให้อาหารมีรสชาติที่ลึกและมีมิติมากกว่าเกลือหรือซีอิ๊วทั่วไป

การใช้งานในการทำอาหาร

  • ผสมลงในข้าวผัดหรือเมนูเส้นเพื่อเพิ่มรสอูมามิหอมกรุ่น
  • ใส่ในเมนูแกงจืด สตูว์ หรือเมนูตุ๋นเพื่อเพิ่มความเข้มข้นให้แก่น้ำซุปเบส
  • ใช้ทาหรือผสมทำเป็นสเปรดรสเค็มมันบนแซนด์วิชหรือเบอร์เกอร์เพื่อรสชาติที่แปลกใหม่

ซื้อที่ Sloane’s Online

ขิงดอง

ขิงดอง แม้คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงในฐานะเครื่องเคียงอาหารญี่ปุ่น แต่ในสำรับอาหารไทยก็มีการใช้ขิงดองในหลากหลายเมนูเช่นกัน ในอาหารญี่ปุ่น ขิงดองจะใช้สำหรับทานคั่นเพื่อล้างปาก (Palate cleanser) ระหว่างการทานซูชิแต่ละคำ ส่วนในอาหารไทย ตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุดคือการเสิร์ฟเป็นเครื่องเคียงคู่กับ "ข้าวขาหมู" เพื่อตัดเลี่ยน ขิงดองขึ้นชื่อเรื่องรสชาติหวานอมเปรี้ยว มีรสเผ็ดร้อนซ่าเล็กน้อย และมีสีชมพูหรือเหลืองอ่อนดูน่ารับประทาน

กรรมวิธีการทำคือการนำขิงอ่อนหั่นบาง ๆ ไปหมักในส่วนผสมของน้ำส้มสายชู น้ำตาล และเกลือ ใช้เวลาดองนานสองสามสัปดาห์จนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มและซึมซับรสชาติกลมกล่อมพอดิบพอดี

การใช้งานในการทำอาหาร

  • เสิร์ฟเคียงคู่กับซูชิ ซาซิมิ หรือเมนูไข่เยี่ยวม้าเพื่อล้างปากและตัดเลี่ยน
  • ซอยละเอียดผสมลงในสลัดหรือโคลสลอว์เพื่อเพิ่มรสสัมผัสที่สดชื่นและจัดจ้าน
  • ใช้เป็นเครื่องเคียงโรยหน้าจานอาหารทะเลเพื่อเพิ่มความสดชื่นและดับกลิ่นคาว

ซื้อได้ที่ Sloane's Online

น้ำมันกระเทียม

น้ำมันกระเทียม เป็นน้ำมันอินฟิวส์ (Infused oil) ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดยเฉพาะในอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนซึ่งให้คุณค่าสูงทั้งในแง่ของรสชาติที่เข้มข้นหอมกรุ่นและประโยชน์ต่อสุขภาพ น้ำมันกระเทียมสูตรพิเศษนี้รังสรรค์อย่างพิถีพิถันโดย Bo.Lan โดยเลือกใช้กระเทียมออร์แกนิกคุณภาพสูงนำมาเคี่ยวอย่างช้า ๆ ด้วยไฟอ่อนในน้ำมันเกรดพรีเมียม กระบวนการอันละเอียดอ่อนนี้ช่วยให้น้ำมันสามารถดึงความหอมและแก่นแท้ของกระเทียมออกมาได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีรอยไหม้หรือรสขม ทำให้คงคุณค่าทางสารอาหารและความหอมนุ่มนวลไว้ได้อย่างครบถ้วน

การใช้งานในการทำอาหาร

  • ใช้ราดบนผักย่างหรือถ้วยซุปร้อน ๆ ก่อนเสิร์ฟเพื่อเพิ่มความหอมเย้ายวน
  • ผสมกับน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นเพื่อใช้เป็นซอสสำหรับจิ้มขนมปังฝรั่งเศสสไตล์หรูหรา
  • นำมาแต้มเฉพาะจุดเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดฟันชั่วคราวหรือเสริมสร้างภูมิคุ้มกันสุขภาพ

ซื้อได้ที่ Sloane’s Online

กระเทียมเจียว

กระเทียมเจียว เป็นเครื่องโรยหน้ายอดนิยมคู่ครัวเอเชีย เพื่อมอบเนื้อสัมผัสที่กรุบกรอบและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ช่วยเพิ่มทั้งรสชาติที่จัดจ้านและมิติความกรอบที่น่ารับประทานให้กับอาหารทุกประเภท

เราเลือกใช้กระเทียมกลีบสดฝานบาง ๆ นำไปเจียวในน้ำมันใหม่สะอาดด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสมจนกลายเป็นสีเหลืองทองและกรอบอร่อย วิธีการปรุงแบบสะดวกรวดเร็วนี้ช่วยล็อกรสชาติหวานหอมตามธรรมชาติของกระเทียมไว้ และส่งมอบเนื้อสัมผัสที่กรอบนาน

การใช้งานในการทำอาหาร

  • โรยหน้าบนก๋วยเตี๋ยวน้ำ ผัดซีอิ๊ว หรือข้าวต้มร้อน ๆ เพื่อเพิ่มความหอมและเนื้อสัมผัสกรุบกรอบ
  • ใช้โรยหน้าตกแต่งซุป แกงจืด หรือสลัดผักเพื่อเพิ่มรสชาติ
  • ผสมลงในแป้งขนมปังโฮมเมดหรือแป้งมัฟฟินก่อนนำไปอบ เพื่อสร้างสรรค์รสชาติเค็มมันหอมกระเทียมที่แปลกใหม่

ซื้อได้ที่ Sloane’s Online

สูตรอาหาร

พวกเราได้คัดสรร 2 สูตรอาหารแสนอร่อยจากตำราอาหาร “Err” อันโด่งดังมาให้คุณได้ลองทำตาม ขอขอบพระคุณเชฟโบและเชฟดีแลนที่อนุญาตให้นำสูตรอาหารเหล่านี้มาแบ่งปันแก่แฟน ๆ ของ Sloane’s

Grilled Pork Sticks/Moo Ping/หมูปิ้ง

หมูย่าง/หมูปิ้ง

ยกระดับเมนูสตรีทฟู้ดยอดฮิตและอาหารเช้าในดวงใจของใครหลายคน ให้กลายเป็นหมูปิ้งที่อร่อยและดีที่สุดเท่าที่คุณเคยลิ้มลอง

หั่น เนื้อสันในหมูสโลน 300 กรัมเป็นชิ้นขนาด 3 ซม. x 3 ซม.

ตัดหมูสามชั้นสโลนไร้หนัง 100 กรัมเป็นชิ้นขนาด 1.5 ซม. x 3 ซม.

โขลกรากผักชีสะอาด 2 ราก พริกไทยขาว Bo.Lan 1 ช้อนชา และกระเทียม 2 กลีบเข้าด้วยกัน

ผสมน้ำตาลมะพร้าว Bo.Lan 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำปลา Bo.Lan ½ ช้อนโต๊ะ และน้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ เข้าด้วยกัน จากนั้นนำเนื้อหมูลงไปคลุกเคล้าหมักทิ้งไว้ในส่วนผสมอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ก่อนจะนำมาเสียบไม้

หลังจากนั้นนำไปย่าง สามารถใช้ได้ทั่งเตาย่างในครัว หรือจะย่างบนเตาถ่าน

Thai Beef Jerky/Nuea Dad Deaw/เนื้อแดดเดียว

Thai Beef Jerky/เนื้อแดดเดียว/เนื้อแดดเดียว

โขลกรากผักชีสะอาด 3-4 ราก, กระเทียมปอกเปลือก 1 ช้อนโต๊ะ และพริกไทยขาว ½ ช้อนชา เข้าด้วยกันในครก จากนั้นใส่เมล็ดผักชีคั่ว 1 ช้อนโต๊ะลงไปโขลกพอหยาบ เติมน้ำปลา Bo.Lan 1 ช้อนโต๊ะ, ซอสถั่วเหลือง Bo.Lan 1.5 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันรำข้าว 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนำเนื้อวัวที่หั่นเป็นเส้น (ขนาด 1 ซม. x 1 ซม. x 8 ซม.) จำนวน 250 กรัม ลงไปหมักกับส่วนผสมนี้ แช่ทิ้งไว้ในตู้เย็น 3-4 ชั่วโมง

จัดเรียงเนื้อวัวบนตะแกรงแล้วนำไปตากแดดเป็นเวลา 10-12 ชั่วโมง โดยเลือกบริเวณที่มีการถ่ายเทอากาศได้ดี

เมื่อเนื้อแห้งได้ที่แล้ว นำลงทอดในน้ำมันร้อนจนเป็นสีเหลืองทอง และก่อนที่จะตักเนื้อขึ้นจากน้ำมัน ให้ใส่ใบมะกรูดฉีก 1 กำมือลงไปทอดด้วยกัน

ตักเนื้อขึ้นมาสะเด็ดน้ำมัน แล้วนำไปคลุกเคล้ากับเมล็ดผักชีคั่วบดจำนวนเล็กน้อย

เสิร์ฟโดยตกแต่งด้วยหอมเจียวและโรยผงกระเทียมปิดท้าย

เป็นเจ้าของหนังสือตำราอาหาร "Err" ได้แล้ววันนี้!

ในขณะที่เหล่าผู้รักในการทำอาหารกำลังดื่มด่ำไปกับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์และแท้จริงของอาหารไทย สินค้าคัดสรรพิเศษจากความร่วมมือระหว่าง Bo.Lan และ Sloane’s ได้มอบโอกาสครั้งสำคัญในการยกระดับเมนูไทยพื้นบ้านให้กลับคืนสู่ความอร่อยระดับปรมาจารย์ตามต้นตำรับ ดั่งความตั้งใจดั้งเดิม พันธมิตรทางธุรกิจระดับโลกในครั้งนี้ ซึ่งร่วมรังสรรค์โดยเชฟระดับมิชลินสตาร์ ได้เปิดโอกาสให้ทั้งเชฟมืออาชีพและผู้ที่ชอบเข้าครัวทำอาหารเองที่บ้าน สามารถรังสรรค์จานอาหารที่เปี่ยมด้วยคุณภาพการันตีระดับมิชลินได้ด้วยตัวเอง

การเลือกใช้ส่วนผสมและเครื่องปรุงคุณภาพสูงเหล่านี้ในจานอาหารของคุณ ไม่เพียงแต่จะช่วยชูรสชาติให้โดดเด่นยิ่งขึ้น แต่ยังช่วยคืนความลึกซึ้งและกลิ่นอายความดั้งเดิมของสำรับไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตัวอย่างเช่น รสอูมามิอันเข้มข้นกลมกล่อมจากน้ำปลาแท้ของ Bo.Lan สามารถยกระดับเมนูง่าย ๆ อย่างผัดไทยให้กลายเป็นจานหรูระดับกูร์เมต์ที่สะท้อนถึงมรดกทางวัฒนธรรมสตรีทฟู้ดที่แท้จริงของไทย ในขณะที่เนื้อสัตว์แปรรูปที่ผ่านการบ่มและเตรียมอย่างเชี่ยวชาญโดยมาสเตอร์บุตเชอร์ของ Sloane’s จะช่วยเพิ่มมิติของรสชาติที่ลุ่มลึกให้กับจานโปรดอย่างผัดกะเพรา ซึ่งเป็นสิ่งเนื้อสัตว์จากระบบอุตสาหกรรมฟาร์มทั่วไปไม่สามารถเลียนแบบได้

ด้วยการเลือกสรรวัตถุดิบและเครื่องปรุงรสที่คิดค้นโดยเชฟระดับมิชลิน ไม่ว่าใครก็สามารถปรุงอาหารที่แสดงถึงความเคารพและร่วมเฉลิมฉลองวัฒนธรรมอาหารอันเก่าแก่ยาวนานของประเทศไทย พร้อมมอบประสบการณ์ในการรับประทานอาหารที่เข้าถึงรสชาติไทยแท้และสร้างความพึงพอใจได้อย่างยอดเยี่ยมในทุกมื้อ

Sloane's